จริงใจชวงโฮ


“อุ่่นไอ ละมุนละไม คงไม่ใช่แค่คำนิยามของกาแฟจริงใจชวงโฮแต่เพียงเท่านั้น
หากแต่การให้ที่แสนอบอุ่น อิ่มใจ คืออีกหนึ่งความหมายที่เป็นหนึ่งเนื้อเดียวกัน”

โครงการจริงใจ ชวงโฮ จึงเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักของการกระตุ้นเตือนให้เกิดการแบ่งปัน คืนกลับผลกำไร ในการดำเนินธุรกิจสู่สังคม ในรูปแบบของการช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบปัญหาและขาดปัจจัยจำเป็นในการดำรงชีวิต หรือหากได้รับก็ยังคงขาดแคลนและไม่เพียงพอ โดยเน้นไปที่กลุ่มเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาสหรือมีภาวะการพิการ และเจ็บป่วย ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้น ทางบริษัทฯจึงจัดให้มีกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อมุ่งมั่นให้ เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์ พร้อมมอบสิ่งที่เป็นประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทาง บริษัทฯได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

“จากแก้วสู่กล่อง” จนกลายเป็นเงินสมทบทุนที่คอยให้การช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กที่ติดเชื้อ HIV เสมอมา โดย มุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมไปถึงการมอบอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กๆเหล่านี้ โครงการนี้จึง นับเป็นความร่วมมือร่วมใจกันอย่างแท้จริงของทางบริษัทฯ และสมาชิกชาวชวงโฮทุกท่าน โดยตลอดระยะเวลาที่ ผ่านมา เราได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องกับ “สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา” จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่า พึงพอใจ เราจึงอยากแบ่งปันความช่วยเหลือนี้ไปยังภูมิภาคอื่นๆของประเทศไทย เราเชื่อว่า เด็กๆเหล่านี้ต่างก็ต้องการ ความรัก และความช่วยเหลือ เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นปรกติสุข เฉกเช่นเดียวกันกับทุกคนใน สังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่จะช่วยดูแลให้เด็กๆได้รับสิทธิที่พวกเขาควรจะได้รับ โดยเฉพาะ เด็กๆที่เป็นเด็กกำพร้าและต้องทนทุกข์ทรมานจากการติดเชื้อ HIV และกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ ทุกคนกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

กิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

  • ยอดเงินสมทบทุนโครงการจริงใจ ชวงโฮ

กิจกรรมที่ผ่านมา

  • สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา จังหวัดสงขลา <คลิกเพื่ออ่าน>
  • มูลนิธิบ้านแกร์ด้า จังหวัดลพบุรี <คลิกเพื่ออ่าน>
  • มูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ จังหวัดจันทบุรี <คลิกเพื่ออ่าน>
  • บ้านเด็กธรรมรักษ์ จังหวัดลพบุรี <คลิกเพื่ออ่าน>
  • “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮ” ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา จังหวัดสงขลา <คลิกเพื่ออ่าน>
  • “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮคืนความสดใสสู่สังคม” ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บ้านราชาวดี และบ้านราชาวดีหญิง <คลิกเพื่ออ่าน>
  • “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮคืนความหวังสดใสสู่สังคม” ณ บ้านธรรมรักษ์ 2 <คลิกเพื่ออ่าน>
  • “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮคืนความหวังสดใสสู่สังคม” ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (บ้านราชาวดีชาย และบ้านราชาวดีหญิง) <คลิกเพื่ออ่าน>


ข่าวสารอัพเดท

  • เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 บริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับจดหมายแสดงความขอบคุณจากบ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 เนื่องในโอกาสที่โครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” ของบริษัทได้มอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท เพื่อสนับสนุนค่าเวชภัณฑ์ และค่าอาหาร ให้แก่เด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ที่อยู่ในการอุปการะของบ้านธรรมรักษ์ 2 คลิกเพื่ออ่าน

  • เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558 บริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับจดหมายแสดงความขอบคุณจากสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บ้านราชาวดี และบ้านราชาวดีหญิง เนื่องในโอกาสที่โครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” ของบริษัทได้มอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท เพื่อสนับสนุนค่าอาหาร และค่าเวชภัณฑ์ ให้แก่เด็กที่อยู่ในอุปการะของสถานสงเคราะห์แห่งนี้ คลิกเพื่ออ่าน

  • เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558 บริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับจดหมายแสดงความขอบคุณจากสถานสงเคราะห์บ้านเด็กสงขลา เนื่องในโอกาสที่โครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” ของบริษัทได้มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนค่าอาหาร ค่าเวชภัณฑ์ และค่าก่อสร้าง covey way ให้แก่เด็กที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์บ้านเด็กสงขลา คลิกเพื่ออ่าน

  • เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิสิทธิเด็กหรือบ้านแกร์ด้าได้ส่งสาส์นแสดงความขอบคุณมายังบริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เนื่องในโอกาสที่โครงการจริงใจชวงโฮ ของบริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้มอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท เพื่อให้ทางมูลนิธิสิทธิเด็กได้พิจารณานำเงินเหล่านี้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิต่อไป คลิกเพื่ออ่าน



ยอดเงินโครงการจริงใจ ชวงโฮ ปี 2560

 

เดือน ศูนย์จำหน่ายกรุงเทพ (บาท) ศูนย์จำหน่ายหาดใหญ่ (บาท) ศูนย์จำหน่ายนครศรีธรรมราช (บาท) ยอดรวม (บาท) หมายเหตุ
มกราคม / January 3,302.00 7,823.00 2,920.00 14,045.00
กุมภาพันธ์ / February 2,711.50 8,154.00 3,561.00 14,426.50
มีนาคม / March 2,305.00 6,285.00 3,781.00 12,371.00
เมษายน / April 2,305.00 5,941.00 3,910.00 12,156.00
พฤษภาคม / May 2,511.00 6,660.00 3,263.00 12,434.00
มิถุนายน / June 2,642.00 7,223.00 3,065.00 12,930.00
กรกฎาคม / July 1,745.50 5,702.00 4,300.00 11,747.50
สิงหาคม / August 2,894.00 6,162.00 4,385.00 13,441.00
กันยายน / September 2,827.25 6,630.00 5,553.00 15,010.25
ตุลาคม / October 2,160.00 5,982.00 3,856.00 11,998.00
พฤศจิกายน / November 2,530.50 7,010.00 5,136.00 14,676.50
ธันวาคม / December
ยอดรวม (บาท) 145,235.75



ยอดเงินรวมโครงการจริงใจในแต่ละปี

 

ปี ยอดรวม (บาท)
2560
2559 169,985.75
2558 165,172.50
2557 184,091.25
2556 135,209.50
2555 215,162.75
2554 60,730.50

สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา จังหวัดสงขลา


ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการมอบความรัก ความปรารถนาดี และความช่วยเหลือให้กับเด็กๆกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง และเด็กที่ติดเชื้อ HIV โครงการจริงใจ ชวงโฮ จึงได้มอบความช่วยเหลือให้กับน้องๆ “มูลนิธิสงเคราะห์เด็กถูกทอดทิ้ง” สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา จังหวัดสงขลา โดยเน้นที่การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของน้องๆด้วยการมอบเงินบริจาคเพื่อเป็นค่าเวชภัณฑ์ ค่าปรับปรุงสาธารณูปโภค สร้างสนามเด็กเล่น และจัดซื้อเครื่องเล่นพัฒนาทักษะให้กับน้องๆ


โครงการจริงใจชวงโฮมอบเงินทุนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง



ก่อน หลัง


ก่อน หลัง

จากการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องหลายปี จึงช่วยให้น้องๆเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและเป็นปรกติสุขยิ่งขึ้น ซึ่งความประทับใจและภาพของการช่วยเหลือยังคงสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้กับพวกเราได้เสมอตราบจนถึงทุกวันนี้ เราจึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สามารถทำให้ทุกบาททุกสตางค์ซึ่งมาจากน้ำใจของชาวชวงโฮทุกท่านที่ส่งผ่านโครงการจริงใจชวงโฮได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด

มูลนิธิบ้านแกร์ด้า จังหวัดลพบุรี


ทันทีที่รถตู้ทีมงานของเราเลี้ยวเข้าไปใน “มูลนิธิบ้านแกร์ด้า” จังหวัดลพบุรี… ภาพเด็กๆและรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าวิ่งกรูเข้ามาหาพวกเราด้วยความดีใจ พร้อมต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีในฐานะของเจ้าบ้านที่น่ารัก และทันทีที่พวกเราเดินผ่าน เด็กๆยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมแสดงถึงกริยามารยาทอันเรียบร้อย และพฤติกรรมที่ได้รับการบ่มเพาะมาเป็นอย่างดี เราจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าสถานที่แห่งนี้คือ ที่ๆเลี้ยงดูและดูแลเด็กๆได้อย่างดีเยี่ยม และที่สำคัญที่สุด สถานที่แห่งนี้ได้ลบภาพเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ HIV ออกไปจากภาพจำเดิมของพวกเราทั้งหมด เพราะเด็กๆทุกคนไม่เพียงร่าเริงแจ่มใสและมีความสุขสมวัย หากแต่สุขภาพร่างกายยังแข็งแรง สมบูรณ์ และไม่มีอาการใดๆที่แสดงออกถึงการติดเชื้อเลย พูดง่ายๆก็คือ “ไม่บอก ก็ไม่รู้”




มูลนิธิบ้านแกร์ด้า เป็นองค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ HIV ที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ ซึ่งปัจจุบันมีเด็กในการดูแลทั้งหมด 85 คน โดยตลอด 12 ปีที่ผ่านมา บ้านแกร์ด้าได้ให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ HIV เป็นจำนวนมาก ด้วยแนวคิดแบบ family-style homes เพื่อช่วยเติมเต็มความอบอุ่น และสร้างสภาพแวดล้อมแบบครอบครัวให้กับเด็กๆ ไม่ให้เด็กๆรู้สึกขาดความรัก ความอบอุ่น และการเอาใจใส่ดูแลเหมือนเด็กทั่วไปพึงได้รับจากครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิบ้านแกร์ด้าได้รับความช่วยเหลือด้านเงินทุนช่วยเหลือจากมูลนิธิสิทธิเด็ก และองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ที่ต่างร่วมแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือเด็กๆเสมอมา รวมทั้งบริษัทชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้มีโอกาสนำทีมงานและผู้จำหน่ายอิสระไปให้ความช่วยเหลือเด็กๆเพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงในการแบ่งปันน้ำใจคืนสู่สังคม ในวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา


สมาชิกชาวชวงโฮมอบเงินสมทบทุนจากโครงการจริงใจ ชวงโฮ จำนวนทั้งสิ้น 200,000 บาท


ไดมอนด์พัชรินทร์ งามญาติ พร้อมดาวน์ไลน์และครอบครัวร่วมบริจาคเสื้อผ้าและเครื่องใช้ให้กับเด็กๆ


โดยในวันนั้นเอง ทีมงานได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจากคุณคาร์ล และคุณทัศนีย์ มอร์สบัค ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯเดินทางมาให้การตอบรับด้วยตัวเองอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมชี้แจงสถานการณ์ของเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ HIV บอกเล่าความเป็นมาของมูลนิธิฯ และพาพวกเราทุกคนเยี่ยมชมภายในมูลนิธิฯพร้อมอธิบายทุกสถานที่ในมูลนิธิฯด้วยตัวเอง


คุณคาร์ลและคุณทัศนีย์ชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ของมูลนิธิฯ


คุณคาร์ลพาทีมงานเดินเยี่ยมชมภายในมูลนิธิด้วยตัวเอง


“แรกเริ่มเดิมที เราก่อตั้งมูลนิธิฯนี้เพื่อให้เป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายของเด็กที่ติดเชื้อเอดส์ เพราะเราไม่อยากให้พวกเขาต้องตายอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางความรังเกียจของสังคม” คุณคาร์ลกล่าวถึงที่มาซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ก่อตั้งมูลนิธิฯนี้ ด้วยความเห็นอกเห็นใจและอยากช่วยเหลือด้วยใจจริง เนื่องจากสถานการณ์ของโรคเอดส์ในอดีตนั้นรุนแรงและสังคมยังขาดความเข้าใจในโรคนี้ ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่เป็นเอดส์จึงถูกแบ่งแยกจากสังคม ถูกผู้คนรังเกียจและส่วนมากถูกทอดทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว เพราะไม่มีใครกล้าดูแลหรือเข้าใกล้ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของโรคเอดส์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะปัจจุบันมียาต้านไวรัส HIV ที่ช่วยให้ผู้ที่ติดเชื้อ HIV สามารถมีชีวิตอยู่ได้และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปรกติสุข เด็กที่ติดเชื้อ HIV จึงไม่ได้หมายความว่าต้องเสียชีวิตเสมอไป พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว และยังสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังหลักของสังคมได้เหมือนเด็กทั่วไป


เด็กๆมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด


จากการที่ทีมงานได้เยี่ยมชมมูลนิธิฯ เราพบว่าทางมูลนิธิฯได้ให้ความใส่ใจกับการดูแลเด็กๆเป็นอย่างดี ซึ่งมูลนิธิฯไม่เพียงต้องดูแลอาคารสถานที่ให้สะอาดสะอ้านและถูกสุขอนามัยเสมอเท่านั้น แต่ยังมีคลีนิคที่คอยให้การช่วยเหลือเด็กๆ แยกออกมาต่างหาก ซึ่งบรรดาแพทย์ที่มาดูแลรักษาเด็กๆเป็นแพทย์อาสาสมัครทั้งจากประเทศไทยและจากประเทศต่างๆคอยผลัดเปลี่ยนกันมาให้การดูแลเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง


คลีนิคที่ใช้เป็นทั้งสถานพยาบาล ห้องสัมมนา และที่ทำงานของบรรดาแพทย์อาสาสมัคร


อีกทั้ง บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในมูลนิธิฯยังสะอาด สงบ ร่มรื่น และเป็นธรรมชาติเหมาะที่จะเป็นที่ผ่อนคลายสำหรับเด็กๆและเจ้าหน้าที่



อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯยังต้องการความช่วยเหลือทั้งทางด้านเงินทุน เพราะต้องจัดซื้อยาต้านไวรัส HIV ทุกเดือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักๆที่มูลนิธิฯต้องจัดหาให้เพียงพออยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราเด็กที่มีสภาวะดื้อยาต้านไวรัส HIV มีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้นยาต้านไวรัสตัวเดิมจึงไม่สามารถใช้รักษาได้อีกต่อไป ต้องจัดซื้อยาจากต่างประเทศที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินทุนช่วยเหลือจึงเป็นสิ่งที่มูลนิธิฯยังต้องการ นอกเหนือจากการดูแลรักษาพยาบาลที่ต้องจัดหาและเตรียมพร้อมไว้ให้กับเด็กๆและผู้ป่วยเอดส์บางท่าน ยังมีการจัดหาอาชีพ เพื่อให้พวกเขาสามารถหารายได้เลี้ยงชีพ ซึ่งทางมูลนิธิฯต้องจัดหาอุปกรณ์และจัดจ้างบุคลากรภายนอกเพื่อมาช่วยสอนและสร้างอาชีพ เช่น สอนการทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ เสริมสวย เย็บผ้า และการทำฟาร์มเกษตร ด้วยแนวคิดที่ว่า ผู้ป่วยเอดส์หรือเด็กที่ติดเชื้อ HIV ทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตอยู่เหมือนคนปกติทั่วไป สามารถทำมาหาเลี้ยงชีพเพื่อตนเอง และสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป


โรงไม้สำหรับฝึกทำเฟอร์นิเจอร์


ดังนั้น มูลนิธิบ้านแกร์ด้าจึงไม่ใช่เพียงแค่องค์กรที่ดูแลให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ให้การเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ HIV เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้ชีวิตกับพวกเขาเหล่านั้นแบบครบวงจรทั้งการศึกษา คุณภาพชีวิต และอาชีพ ดังคำกล่าวของคุณคาร์ลที่ว่า “พวกเขาต้องมีอาชีพและต้องอยู่ต่อไป แม้ว่าวันหนึ่งพวกเราจะไม่อยู่แล้ว” คำกล่าวนี้ ไม่เพียงทำให้พวกเรารู้สึกซาบซึ้งถึงความรักและความทุ่มเทของคุณคาร์ลและคุณทัศนีย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นเตือนพวกเราในฐานะ ผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายให้หันกลับมามองและให้ความช่วยเหลือกับเด็กๆที่ด้อยโอกาส เด็กๆที่รอคอยความช่วยเหลือ ให้พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและมีโอกาสในชีวิตทัดเทียมกับคนทั่วไป เราจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า “เงินสบทบทุนจากโครงการจริงใจ ชวงโฮ” เป็นน้ำใจที่ให้ผลกลับคืนมาด้วยความชื่นใจยิ่ง ที่เราทุกคนได้มีส่วนช่วยให้เด็กๆเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้เห็นรอยยิ้งที่ไร้เดียงสา และได้ช่วยเปลี่ยนชีวิตของเด็กๆให้ดีขึ้น จึงนับเป็นกำลังใจอันใหญ่หลวงให้พวกเราเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆให้กับสังคมต่อไป

มูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ จังหวัดจันทบุรี


สิ่งที่น่าเศร้ามากที่สุดในการระบาดของเชื้อเอชไอวี (เอดส์) ประการหนึ่ง ก็คือ จำนวนเด็กที่สูญเสียบิดามารดาอันเนื่องมาจากโรคเอดส์ ทำให้เด็กมีชีวิตที่เปลี่ยนไปโดยไม่มีวันเหมือนเดิม นับเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนที่ส่งผลกระทบกับเด็กจำนวนหลายล้านคน แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคจะทำให้คนรู้จักโรคเอดส์มากขึ้น แต่การเข้าใจถึงธรรมชาติของโรคที่แท้จริงยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมมองว่าเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง และผู้ติดเชื้อก็จะถูกสังคมตัดสินว่าเป็นผู้ผิด ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาอาจเป็นแค่แม่บ้านที่ดูแลสามีและลูกอยู่ที่บ้านเท่านั้น การที่สังคมรอบข้างตัดสินคนเหล่านี้ด้วยความรู้สึกและอารมณ์ส่วนตัวไม่ใช่เหตุผลหรือข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้เด็ก ครอบครัว ของผู้ติดเชื้อกลายเป็นกลุ่มด้อยโอกาสในสังคมไปโดยปริยาย



ตัวแทนเด็กๆ จากบ้านเด็กพระคุณที่เข้าร่วมพิธีรับมอบเงินบริจาคจากโครงการจริงใจ ชวงโฮ จริงใจ อุ่นไอรัก


คุณชนิดา โตวิถีเลิศกุล เป็นตัวแทนมอบเงินสมทบทุนจากโครงการจริงใจ ชวงโฮ จำนวนทั้งสิ้น 200,000 บาท


สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเด็กพระคุณ ภายใต้การดูแลของ คุณกิติศักดิ์ ลิมป์ธนกุลชัย ผู้อำนวยการมูลนิธิ ได้ดูแลเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ภายในจังหวัดจันทบุรีมากว่า 14 ปี ปัจจุบันมีเด็กในความอุปการะ ทั้งสิ้น 72 คน (ติดเชื้อ HIV 38 คน / กำพร้า 34 คน) เป็นชาย 48 คน หญิง 24 คน และยังรับดูแลหญิงหม้าย ที่ติดเชื้อ HIV อีก 5 คน ส่วนหนึ่งเป็นแม่ของเด็กที่ติดเชื้อ ซึ่งยังมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงและช่วยดูแลเด็กๆ ในมูลนิธิฯ


น้องๆ จากมูลนิธิบ้านเด็กพระคุณร้องเพลงเพื่อเป็นการขอบคุณ


มูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ ทำงานด้านการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ 2 กรณี คือ เด็กกำพร้าบิดา (แม่ติดเชื้อไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้) เด็กกำพร้าซ้ำซ้อน (บิดา – มารดาเสียชีวิต) และให้ที่พักพิงกับหญิงติดเชื้อที่ขาดที่พักพิง ซึ่งคือกลุ่มด้อยโอกาสในสังคมนั่นเอง สถิติในภาพรวมของประเทศทำให้มูลนิธิบ้านเด็กพระคุณจำเป็นต้องวางแผนเพื่อรับปัญหาในอนาคตมากขึ้น เพราะเมื่อไรก็ตามที่คนในชุมชน สังคม ยังไม่สามารถปรับความคิดและทัศนคติที่มีกับผู้ติดเชื้อได้ การที่ผู้ติดเชื้อทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะถูกดูแล ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชนก็คงเป็นไปได้ยาก หรือยังต้องใช้เวลา ซึ่งมูลนิธิฯเล็งเห็นว่าแม้การสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ตาม แต่ต้นเหตุของปัญหานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะใช้เวลาแรมเดือนหรือแรมปีแก้ไขให้หมดไปได้ อย่างไรก็ตามมูลนิธิบ้านเด็กพระคุณจะยังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์นี้ต่อไป


คุณกิติศักดิ์ ลิมป์ธนกุลชัยพาทีมงานเยี่ยมชมบริเวณโดยรอบ ของมูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ


ในปี 2555 นี้โครงการจริงใจ ชวงโฮ มีความประสงค์จะช่วยเหลือ มูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ ซึ่งมีความเหมาะสมที่จะได้รับความช่วยเหลือจากโครงการฯ เป็นอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มเป้าหมายคือเยาวชน ที่ต้องการความช่วยเหลือซึ่งตรงกับ วัตถุประสงค์หลักของโครงการจริงใจ ชวงโฮ คือการแบ่งปัน คืนกลับผลกำไรในการดำเนินธุรกิจสู่สังคม ในรูปแบบของการช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบปัญหาและขาดปัจจัยจำเป็นในการดำรงชีวิต หรือหากได้รับก็ยังคงขาดแคลนและไม่เพียงพอ โดยเน้นไปที่กลุ่มเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาสหรือมีภาวะพิการและเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากติดเชื้อ HIV


บริเวณโดยรอบของมูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ


ทางมูลนิธิบ้านเด็กพระคุณมีเป้าหมายจะนำเงิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ที่ได้รับจากโครงการจริงใจ ชวงโฮ ในปีนี้ไปพัฒนาด้านความเป็นอยู่ของเด็กๆ โดยการติดมุ้งลวดให้กับบ้านพักหลังใหม่ ของเด็กๆ ที่เพิ่งสร้างเสร็จ อีกส่วนหนึ่งจะถูกจัดสรรเพื่อซื้อฟูกรองนอนสำหรับเตียงในห้องพยาบาลที่ได้รับบริจาคมา แต่ยังขาดฟูกรองนอน และเงินบริจาคส่วนที่เหลือจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็จะถูกนำไปสมทบทุนเป็นค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ต่อไป


โครงการจริงใจ ชวงโฮยังคงมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ให้มีค่าอาหาร ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ติดเชื้อ HIV เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงามมอบให้สังคมต่อไป


บ้านเด็กธรรมรักษ์ จังหวัดลพบุุรี


โครงการจริงใจ ชวงโฮ เป็นกิจกรรมที่ชวงโฮจัดขึ้นทุกปี เพื่อสานต่อความร่วมมือร่วมใจของชาวชวงโฮในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และในปีนี้ชาวคณะชวงโฮได้เดินทางไปยัง บ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 หมู่ 5 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2556 เพื่อมอบทุนทรัพย์จำนวน 100,000 บาท เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพเด็กติดเชื้อเอดส์ และส่งแรงใจจากครอบครัวชวงโฮให้น้องๆผู้ด้อยโอกาสให้มีความหวังที่จะสู้ต่อไป



คุณชนิดา โตวิถีเลิศกุล รองผู้จัดการทั่วไปของชวงโฮ และไดมอนด์พัชรินทร์และไดมอนด์สมชาย งามญาติตัวแทนผู้จำหน่ายมอบเงินสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความเป็นอยู่ของเด็กให้คุณฉลาด สุภา หัวหน้าบ้านเด็กธรรมรักษ์



มารู้จักบ้านเด็กธรรมรักษ์กันสักนิด


บ้านเด็กธรรมรักษ์ก่อตั้งขึ้นมาเพื่ออุปการะเด็กติดเชื้อเอดส์ที่พ่อแม่ป่วยหรือเสียชีวิต ในวัดพระบาทน้ำพุเป็นหลัก โดยมีหลวงพ่อ (พระอุดมประชาทร หรือท่านเจ้าคุณอลงกต) ที่เราเรียกติดปากว่า พระอาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง

บ้านหลังเล็กๆหลังนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2540 จากที่มีเด็กอยู่แค่เพียงไม่กี่คน เริ่มเพิ่มเป็นสิบคน และเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเคยมีมากถึง 95 คน และปัจจุบัน ณ วันนี้วันที่ 19 กันยายน 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 60 คน โดยเด็กในกลุ่มนี้มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5


เด็กๆ ขอบคุณที่พี่ๆ ส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยให้น้องๆ


ค่าใช้จ่ายในการอุปการะเด็กพิเศษกลุ่มนี้นับเป็นภาระสำคัญที่ทางศูนย์ต้องแบกรับไม่ว่าจะเป็นในส่วนของค่าอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ โดยค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000-120,000 บาท/เดือน ซึ่งมาจากการรับบริจาคทั้งหมดจากภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ ทั้งในรูปของบริษัทและครอบครัว มีทั้งการเลี้ยงอาหาร และการทำกิจกรรมต่างๆ


รอบรั้วบ้านเด็กธรรมรักษ์


คุณฉลาด สุภา หัวหน้าบ้านเด็กธรรมรักษ์ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านผู้ช่วยพยาบาลและจบการศึกษาด้านแพทย์แผนไทยประยุกต์ เล่าว่า บ้านเด็กธรรมรักษ์มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ 7 คน เดิมบ้านเด็กแห่งนี้มีชื่อว่า ศูนย์บริบาล ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากชาวเยอรมัน เด็กส่วนหนึ่งก็ไปอยู่ที่บ้านแกร์ด้าซึ่งอุปการะเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีล้วน อีกส่วนหนึ่งอยู่ที่บ้านธรรมรักษ์ เด็กที่นี่มีทั้งเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี และเด็กที่ไม่ติดเชื้อแต่เป็นเด็กกำพร้า ทางศูนย์ได้จัดให้เด็กทั้ง 2 กลุ่มนี้เรียนหนังสือด้วยกัน ไม่มีการแยกเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวอยู่ในสังคมปรกติ


คุณฉลาด สุภา หัวหน้าบ้านเด็กธรรมรักษ์ อธิบายถึงความเป็นมาของศูนย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์เล่าถึงความเป็นอยู่ของเด็กๆ


เด็กจะได้รับการศึกษาไปจนถึงขั้นมัธยมศึกษา และมีโครงการสร้างรายได้ เช่น ปลูกผัก ทำการฝีมือ บางส่วนก็จะส่งไปเรียนสายอาชีพ เมื่อเรียนจบแล้ว ก็จะหาที่อยู่ ที่ทำงานให้ในลพบุรี หลักๆเป็นสารพัดช่าง รุ่นละ 2-3 คน

ส่วนเรื่องการดูแลด้านอาหารการกินสำหรับเด็กติดเชื้อเอดส์นั้น ทางศูนย์ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของโภชนากร โดยในการปรุงอาหารจะงดไขมันจากสัตว์ กะทิ ผงชูรส เนื่องจากไขมันอิ่มตัวมีผลต่อเลือดของเด็กที่ติดเชื้อเอดส์




“โครงการจริงใจ” เป็นการร่วมแรงร่วมใจ แบ่งปันน้ำใจสู่สังคม เป็นโครงการที่สร้างความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ และยังเป็นการปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักการแบ่งปัน และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ชวงโฮได้จัดกิจกรรมนี้มาโดยตลอด โดยเราได้ให้ความช่วยเหลือกับ “สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา” “มูลนิธิบ้านแกร์ด้า จังหวัดลพบุรี” “มูลนิธิบ้านเด็กพระคุณ จังหวัดจันทบุรี” ตลอดจน”บ้านเด็กธรรมรักษ์ จังหวัดลพบุรี” ในปีนี้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ได้ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจ และเรายังมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความช่วยเหลือนี้ไปยังศูนย์เยาวชนอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือต่อไป




“อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮ” ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา จังหวัดสงขลา


เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557 บริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เดินทางไปมอบเงินบริจาคที่ได้รับจากโครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” จำนวน 100,000 บาท ให้แก่สถานสงเคราะห์บ้านเด็กสงขลา อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา โดยโกลด์ไดมอนด์ผ่องศรี - วิชาญ ศรีรัตน์ ตัวแทนสมาชิกชวงโฮร่วมมอบเงินบริจาค รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กๆ




สถานสงเคราะห์บ้านเด็กสงขลาเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับอุปการะเด็กกำพร้า และเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว หรือพ่อแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูลูกได้เอง ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในความดูแลทั้งสิ้น 198 คน อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 18 ปี แบ่งเป็นเด็กหญิงจำนวน 128 คน เด็กชายจำนวน 70 คน ซึ่งเป็นเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี 32 คน โดยเด็กที่อยู่ในความอุปการะทั้งหมดมาจากพัฒนาสังคมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ โรงพยาบาล สถานีตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ

สำหรับเงินบริจาคที่ได้รับจากโครงการ จริงใจ ชวงโฮ ในครั้งนี้ สถานสงเคราะห์บ้านเด็กสงขลาจะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างหลังคา Cover way เพื่อป้องกันแสงแดดและฝน จากป้อมยามด้านหน้าประตูเชื่อมต่อกับอาคารห้องประชุม เพื่อความสะดวกแก่เด็กๆ ที่ใช้เป็นทางเดินไปกลับจากโรงเรียน นอกจากนี้ยังเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของเด็กๆ ในบ้านแห่งนี้อีกด้วย




โครงการจริงใจ ชวงโฮ มีจุดประสงค์หลักคือ “การแบ่งปัน คืนผลกำไรธุรกิจสู่สังคม” โดยการรวบรวมเงินบริจาคค่ากาแฟจริงใจ “จากแก้วสู่กล่อง” จากสมาชิกชวงโฮ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหา และขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปี เพื่อมุ่งมั่นให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง


บริษัท ชวงโฮ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ เด็กพิการ และเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง เร่ร่อน หรือเด็กในครอบครัวที่ผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม ดังปณิธานของโครงการ “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮ คืนความสดใสสู่สังคม”



“อุ่นไอรัก...จริงใจ ชวงโฮคืนความสดใสสู่สังคม” ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บ้านราชาวดี และบ้านราชาวดีหญิง


เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558 บริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เดินทางไปมอบเงินบริจาคที่ได้รับจากโครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” จำนวน 200,000 บาท รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กๆ ให้แก่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บ้านราชาวดี และบ้านราชาวดีหญิง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


บ้านราชาวดี และบ้านราชาวดีหญิง เป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับอุปการะเด็กพิการทางสมองและปัญญา อายุระหว่าง 7-18 ปี ซึ่งครอบครัวประสบปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถให้การเลี้ยงดูได้ หรือเป็นเด็กเร่ร่อน พลัดหลง หรือขาดผู้อุปการะ รวมทั้งฟื้นฟูและพัฒนาเด็กให้สามารถดำรงชีวิตประจำวัน และอยู่ร่วมกับคนปกติในสังคมได้อย่างมีความสุข ปัจจุบันบ้านราชาวดีมีเด็กอยู่ในความดูแลจำนวน 623 คน ส่วนบ้านราชาวดีหญิงมีเด็กอยู่ในความดูแลจำนวน 507 คน




โครงการจริงใจ ชวงโฮ มีจุดประสงค์หลักคือ “การแบ่งปัน คืนผลกำไรธุรกิจสู่สังคม” โดยการรวบรวมเงินบริจาคค่ากาแฟจริงใจ “จากแก้วสู่กล่อง” จากสมาชิกชวงโฮ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหา และขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปี เพื่อมุ่งมั่นให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง




สำหรับเงินบริจาคที่ได้รับจากโครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” ในครั้งนี้ ทางสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา จะนำไปเป็นงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างห้องน้ำสำหรับคนพิการ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแล และสนับสนุนสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของเด็กๆ ในบ้านทั้งสองแห่งนี้


บริษัท ชวงโฮ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง หรือเด็กในครอบครัวที่ผู้ปกครองประสบปัญหาหรือมีความเดือนร้อนจนไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ เพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม ดังปณิธานของโครงการ “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮ คืนความสดใสสู่สังคม”



อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮ คืนความหวังสดใสสู่สังคม ณ บ้านธรรมรักษ์ 2


อุ่นไอ ละมุนละไม คงไม่ใช่แค่คำนิยามของกาแฟจริงใจชวงโฮแต่เพียงเท่านั้น หากแต่การให้ที่แสนอิ่มเอมใจ คืออีกหนึ่งความหมายที่เป็นหนึ่งเนื้อเดียวกันในโครงการ ‘จริงใจ ชวงโฮ’ ซึ่งบริษัท ชวงโฮ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกต่อสังคม โดยการแบ่งปันผลกำไรจากการดำเนินงานคืนสู่สังคม ในรูปแบบการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาและขาดปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิต โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มเด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ เพื่อมุ่งมั่นให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง




เมื่อปี 2556 โครงการจริงใจ ชวงโฮ เคยให้ความช่วยเหลือแก่บ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 ด้วยการมอบเงินบริจาคเพื่อเป็นค่าเวชภัณฑ์ และค่าอาหาร ให้แก่เด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ที่อยู่ในการอุปการะของบ้านธรรมรักษ์

บ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 เป็นบ้านที่รองรับเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์จากพ่อแม่ เด็กที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ส่วนใหญ่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ โดยมีพระอาจารย์อุดมประชาทร เจ้าอาวาส วัดพระบาทน้ำพุ เป็นผู้อุปถัมภ์ให้เด็กๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีโอกาสได้เรียนหนังสือ อย่างไรก็ตาม เด็กกำพร้าเหล่านี้ยังคงขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก

ดังนั้นในปี 2559 โครงการจริงใจ ชวงโฮ จึงมีความประสงค์จะกลับไปให้ความช่วยเหลือแก่บ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 อีกครั้ง โดยในปีนี้บริษัทได้มอบเงินบริจาคที่ได้รับจากโครงการ “จริงใจ ชวงโฮ” จำนวน 200,000 บาท ให้แก่บ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 เพื่อสนับสนุนค่าอาหาร และค่าเวชภัณฑ์ สำหรับเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้




ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังว่าการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กกำพร้าในบ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 จะช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้ได้รับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ใช้ชีวิตอย่างสดชื่นแจ่มใส และอยู่อย่างมีความหวัง


บริษัทชวงโฮประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ นับเป็นแบบอย่างของความพยายามในการระดมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาโรคเอดส์ และร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม ดังปณิธานของโครงการ “อุ่นไอรัก จริงใจ ชวงโฮคืนความหวังสดใสสู่สังคม”



ชวงโฮคืนความหวังสดใสสู่สังคม ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (บ้านราชาวดีชาย และบ้านราชาวดีหญิง)


“อุ่นไอรัก...จริงใจ ชวงโฮคืนความหวังสดใสสู่สังคม” คือปณิธานของโครงการจริงใจ ชวงโฮ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือ “การแบ่งปัน คืนผลกำไรธุรกิจสู่สังคม” โดยการรวบรวมเงินบริจาคค่ากาแฟจริงใจ “จากแก้วสู่กล่อง” จากสมาชิกชวงโฮ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหา และขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจากพ่อแม่ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปี เพื่อมุ่งมั่นให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง




ต่อมาในปี 2560 บริษัทได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มเด็กพิการซ้ำซ้อน เด็กพิการทางสมองและปัญญา ในสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (บ้านราชาวดีชาย และบ้านราชาวดีหญิง) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับอุปการะเด็กพิการทางสมองและปัญญา รวมทั้งฟื้นฟูและพัฒนาเด็กให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข




ปัจจุบันเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านทั้งสองแห่ง ส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง หรือเด็กที่ครอบครัวประสบปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถเลี้ยงดู ที่มีอายุระหว่าง 7-18 ปี โดยบ้านราชาวดีชายมีเด็กที่พิการทางร่างกายและทางปัญญาอยู่ในความดูแลจำนวน 635 คน เป็นเด็กที่พิการทางร่างกายซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ประมาณ 140 คน ส่วนบ้านราชาวดีหญิงมีเด็กอยู่ในความดูแลจำนวน 530 คน เป็นเด็กที่พิการทางร่างกายที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จำนวน 200 คน




เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กพิการทางสมองและปัญญาในสถานสงเคราะห์ดังกล่าวให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ผู้บริหารบริษัท ชวงโฮ ประเทศไทย ทริปเปิ้ลไดมอนด์พัชรินทร์ งามญาติ และสมาชิกชวงโฮที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ได้ร่วมนำเงินที่ได้รับบริจาคจากโครงการจริงใจ ชวงโฮ ไปมอบให้แก่บ้านราชาวดีชาย จำนวน 100,000 บาท และบ้านราชาวดีหญิงจำนวน 100,000 บาท นอกจากนี้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการยังนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปมอบให้แก่เด็กๆ อีกด้วย


สำหรับเงินบริจาคที่ได้รับในครั้งนี้ ทางสถานสงเคราะห์จะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมทั้งค่ายา และเวชภัณฑ์ของเด็กๆ ในบ้านทั้งสองแห่ง เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น


บริษัท ชวงโฮ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม เพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ดังปณิธานอันแน่วแน่ของโครงการ


“อุ่นไอรัก จริงใจ...ชวงโฮคืนความหวังสดใสสู่สังคม”


หมายเหตุ

สมาชิกชวงโฮที่ร่วมบริจาคเงินสมทบ ได้แก่ คุณสำรวย - คุณกิตติ กิตติลาภานนท์ และคุณสุรทิน - ไชยยุทธ เปรื่องเวทย์




Go to top